เริ่มตรงนี้
สรุปสั้น
คำตอบสั้น: คู่มือใช้ Schedule of Rates คุมราคา งานเพิ่ม และใบแจ้งหนี้สำหรับทีมอาคาร พร้อมข้อจำกัดและความต่างระหว่างสัญญาเอกชนกับราคาภาครัฐ
สิ่งที่ควรตรวจระหว่างอ่าน
- SOR คือตารางที่ตกลงรายการ หน่วยวัด อัตรา และเงื่อนไขราคาไว้ก่อน เพื่อใช้คำนวณงานจริงและตรวจใบแจ้งหนี้
- SOR ช่วยให้เห็นที่มาของราคา แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะถูกกว่าสัญญารูปแบบอื่น
- การควบคุมที่สำคัญคือรหัสอัตรา ปริมาณงาน หลักฐานส่งมอบ และผู้อนุมัติต้องเชื่อมถึงกัน
- อัตราสำหรับงานภาครัฐและราคากลางงานก่อสร้างมีขอบเขตเฉพาะ ไม่ควรนำมาใช้กับสัญญา FM เอกชนโดยอัตโนมัติ
Schedule of Rates หรือ SOR คือตารางที่ตกลง รายการงาน หน่วยวัด อัตรา และเงื่อนไขราคา ไว้ก่อน เมื่อผู้รับเหมาทำงานเสร็จ ทีมอาคารจึงตรวจปริมาณที่เกิดขึ้นจริงกับอัตราที่อนุมัติ แล้วใช้ข้อมูลชุดเดียวกันตรวจใบแจ้งหนี้
SOR ไม่ได้ทำให้งานบำรุงรักษาถูกที่สุดโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ได้คือการมองเห็นว่าเรียกเก็บรายการใด ใช้หน่วยอะไร ปริมาณเท่าไร และใครอนุมัติ หากอัตราไม่เหมาะ ปริมาณไม่ถูกตรวจ หรือมีงานนอกตารางจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายก็ยังควบคุมไม่ได้
สำหรับทีมอาคาร จัดซื้อ และการเงิน คำถามจึงไม่ใช่แค่ “อัตรานี้ถูกหรือแพง” แต่คือ “เราตามรอยจากรายการในใบแจ้งหนี้กลับไปถึงงานที่ทำจริงได้หรือไม่”
SOR ทำหน้าที่สองอย่าง
1. เป็นวิธีกำหนดราคา
แทนที่จะตกลงเพียงยอดรวม ทีมกำหนดอัตราต่อหน่วยสำหรับรายการงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น ชั่วโมงแรงงาน การตรวจอุปกรณ์ การเปลี่ยนชิ้นส่วน หรือการเช่าเครื่องมือ ยอดของงานแต่ละครั้งคำนวณจากปริมาณที่ตรวจรับได้ตามอัตรานั้น
2. เป็นวิธีควบคุมใบแจ้งหนี้
ใบแจ้งหนี้แต่ละบรรทัดต้องอ้างกลับไปยังรายการ SOR และหลักฐานงาน หากรหัส หน่วย ปริมาณ หรืออัตราไม่ตรง ระบบอนุมัติควรหยุดให้ผู้รับผิดชอบตรวจ ไม่ใช่ส่งต่อยอดรวมไปจ่ายโดยไม่มีบริบท
SOR ที่ใช้ได้จริงจึงไม่ใช่ไฟล์ราคาที่เก็บไว้หลังเซ็นสัญญา แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางงานตั้งแต่ขออนุมัติ เปิดใบสั่งงาน ตรวจรับ ไปจนถึงอนุมัติใบแจ้งหนี้
SOR ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสัญญา
รูปแบบราคาที่เหมาะขึ้นกับความชัดของขอบเขต ผู้รับความเสี่ยง และวิธีตรวจผลส่งมอบ
| รูปแบบ | เหมาะเมื่อ | จุดที่ต้องควบคุม |
|---|---|---|
| ราคาคงที่หรือ Lump Sum | ขอบเขต ผลส่งมอบ และเงื่อนไขบริการระบุได้ชัด | งานรวมและงานไม่รวม การเปลี่ยนขอบเขต และระดับบริการ |
| Schedule of Rates | รายการงานเกิดซ้ำ แต่ปริมาณจริงยังไม่แน่นอน | หน่วยวัด ปริมาณที่ตรวจรับ งานซ้ำซ้อน และงานนอกตาราง |
| เบิกตามต้นทุนจริง | ขอบเขตมีความไม่แน่นอนสูงและต้องเริ่มงานก่อนกำหนดราคาได้ครบ | หลักฐานต้นทุน ค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ และสิทธิในการตรวจสอบ |
| แบบผสม | งานประจำมีขอบเขตชัด แต่งานซ่อมหรืองานเพิ่มแปรผัน | เส้นแบ่งระหว่างค่าบริการหลักกับรายการ SOR |
สัญญาบริการอาคารจำนวนมากใช้แบบผสมได้ ค่าบริการประจำอาจเป็นราคาคงที่ ส่วนงานเพิ่มเติมที่อนุมัติแล้วใช้ SOR วิธีนี้ลดการพยายามบังคับให้งานทุกประเภทอยู่ในโมเดลราคาเดียว
ราคาต่อหน่วยที่ต่ำที่สุดก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด การประเมินยังต้องดูความสามารถของทีม ความครอบคลุมเวลาบริการ คุณภาพงาน ระยะตอบสนอง การรับประกันงาน และความเสี่ยงที่ผู้รับเหมาตีความขอบเขตต่างจากผู้ว่าจ้าง
โครงสร้าง SOR ที่ตรวจสอบได้
ก่อนขอราคา แต่ละรายการควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้
| ช่องข้อมูล | สิ่งที่ต้องระบุ |
|---|---|
| รหัสรายการ | รหัสเดียวที่ใช้ในสัญญา ใบสั่งงาน และใบแจ้งหนี้ |
| คำอธิบายงาน | เริ่มและจบตรงไหน ผลส่งมอบคืออะไร |
| หน่วยวัด | ต่อชั่วโมง ต่อครั้ง ต่อชิ้น ต่อเมตร หรือตามหน่วยอื่นที่ตรวจได้ |
| สิ่งที่รวมในอัตรา | แรงงาน เครื่องมือ การเดินทาง วัสดุสิ้นเปลือง หรือค่าใช้จ่ายอื่น |
| สิ่งที่ไม่รวม | รายการที่ต้องเสนอราคาแยกหรือขออนุมัติเพิ่ม |
| เงื่อนไขเวลาและสถานที่ | เวลาปกติ นอกเวลา พื้นที่เข้าถึงยาก หรือข้อจำกัดของไซต์ |
| หลักฐานตรวจรับ | ใบงาน รูป เอกสารทดสอบ จำนวนที่ติดตั้ง หรือการลงนามตรวจรับ |
| ฐานราคาและวันที่มีผล | เวอร์ชันสัญญา วันที่เริ่มใช้ และเงื่อนไขปรับราคา |
คำอธิบายที่คลุมเครือทำให้เปรียบเทียบราคาไม่ได้ แม้ผู้รับเหมาทุกรายจะกรอกตารางเดียวกัน หากรายหนึ่งรวมเครื่องมือและการเดินทาง แต่อีกรายคิดแยก อัตราบนหน้าเอกสารจะดูเหมือนเปรียบเทียบกันได้ทั้งที่ขอบเขตไม่เท่ากัน
หลักการวัดสำคัญกว่าตัวเลขอัตรา
RICS New Rules of Measurement ให้กรอบการวัดและการวางแผนต้นทุนสำหรับงานก่อสร้างและงานบำรุงรักษา โดย NRM 3 เชื่อมข้อมูลต้นทุนงานบำรุงรักษากับมุมมองวงจรชีวิตของสินทรัพย์
ประโยชน์สำหรับทีม FM คือหลักคิดเรื่องการจัดหมวดงาน คำอธิบาย หน่วยวัด และขอบเขตที่สม่ำเสมอ เมื่อทุกฝ่ายวัดงานบนฐานเดียวกัน การขอราคาและตรวจค่าใช้จ่ายจะมีความหมายมากขึ้น
ขอบเขตต้องชัดเจน: RICS NRM เป็นข้อมูลแนวปฏิบัติด้านการวัดและวางแผนต้นทุน ไม่ใช่ตารางราคา ไม่ได้กำหนดสกุลเงินหรืออัตราสำหรับประเทศไทย และไม่ได้แทนข้อกำหนดของสัญญาหรือกฎหมายที่ใช้กับโครงการ
สัญญา FM เอกชนกับข้อมูลราคาภาครัฐเป็นคนละบริบท
สัญญา FM เอกชนเกิดจากขอบเขตบริการ สภาพไซต์ ระดับบริการ ความเสี่ยง และเงื่อนไขการค้าของคู่สัญญา อัตราที่ตกลงจึงต้องสะท้อนงานจริงของอาคารนั้น
งานภาครัฐไทยมีหลักเกณฑ์และเอกสารที่ใช้ตามประเภทการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ณ วันที่ปรับปรุงบทความนี้ หน้าหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง แสดงเอกสารปัจจุบันเกี่ยวกับบัญชีค่าแรงงาน ค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง และตาราง Factor F ที่ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569
ข้อมูลเหล่านี้มีไว้ในบริบทของหลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ ไม่ใช่ SOR สำเร็จรูปสำหรับบริการอาคารเอกชน ก่อนนำข้อมูลใดมาอ้างอิง ต้องตรวจอย่างน้อยว่า:
- งานนั้นจัดเป็นงานก่อสร้าง งานบริการ หรืองานประเภทอื่น
- หน่วยวัดและรายละเอียดงานตรงกันหรือไม่
- อัตรารวมค่าแรง วัสดุ ขนส่ง เครื่องจักร ค่าใช้จ่าย และกำไรส่วนใดแล้ว
- ฐานราคา พื้นที่ และวันที่มีผลตรงกับงานที่จะจัดซื้อหรือไม่
- หน่วยงานหรือสัญญากำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์ฉบับใด
การเห็นตัวเลขจากแหล่งราชการไม่ได้แปลว่าสามารถย้ายตัวเลขนั้นเข้าเอกสารประกวดราคาหรือสัญญาเอกชนได้ทันที ผู้รับผิดชอบต้องตรวจฉบับปัจจุบันและขอบเขตการใช้กับฝ่ายจัดซื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นทุน หรือที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง
ขอบเขตของบทความ: เนื้อหานี้อธิบายการจัดโครงสร้างราคาและหลักฐานงานเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การจัดซื้อจัดจ้าง การบัญชี หรือการตีความหลักเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐ
จากตารางอัตราไปถึงใบแจ้งหนี้
การควบคุม SOR ที่ดีตามรอยได้ตลอดเส้นทางนี้
- กำหนดรายการและหลักการวัด ทีมอาคารระบุขอบเขต หน่วย สิ่งที่รวม และหลักฐานตรวจรับก่อนขอราคา
- รับราคาในรูปแบบเดียวกัน ผู้เสนอราคาตอบรายการเดียวกัน พร้อมบันทึกข้อยกเว้น ไม่ซ่อนสมมติฐานไว้ในหมายเหตุคนละรูปแบบ
- อนุมัติตารางและล็อกเวอร์ชัน สัญญาระบุว่าเวอร์ชันใดมีผล วันใด และเอกสารใดมีลำดับเหนือกว่าเมื่อข้อความขัดกัน
- อ้างรหัส SOR ในใบสั่งงาน ผู้ขอเห็นรายการ อัตราโดยประมาณ และผู้อนุมัติก่อนเริ่มงาน
- บันทึกปริมาณจริงและหลักฐาน ผู้ตรวจรับยืนยันสิ่งที่ทำจริง ไม่ใช่เพียงสถานะว่าเสร็จแล้ว
- ตรวจใบแจ้งหนี้รายบรรทัด รหัส หน่วย ปริมาณ อัตรา และภาษีต้องตรงกับสัญญาและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- แยกข้อยกเว้นออกจากงานปกติ รายการที่ไม่ตรงต้องมีเหตุผล เอกสาร และการอนุมัติ ไม่แก้ตารางเดิมย้อนหลัง
หากทีมตรวจได้เพียงยอดรวมปลายเดือน SOR ยังไม่ได้ทำหน้าที่ควบคุมใบแจ้งหนี้ แม้ตารางอัตราจะละเอียดเพียงใดก็ตาม
งานนอกตารางต้องมีทางเดินของตัวเอง
ไม่มี SOR ใดคาดการณ์งานได้ทั้งหมด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีงานนอกตาราง แต่อยู่ที่งานนั้นผ่านขั้นตอนใดก่อนเรียกเก็บเงิน
ขั้นตอนควรระบุว่าใครเป็นผู้ขอ ใครจัดทำราคา ต้องแสดงส่วนประกอบใด ใครมีอำนาจอนุมัติ และเมื่อใดจึงเริ่มงานได้ สำหรับเหตุฉุกเฉิน สัญญาควรกำหนดช่องทางอนุมัติเร่งด่วนและหลักฐานที่ต้องส่งหลังควบคุมเหตุแล้ว
เมื่อรายการนอกตารางเดิมเกิดซ้ำ ทีมสามารถพิจารณาเพิ่มเป็นรหัสใหม่ การเพิ่มต้องสร้างเวอร์ชันใหม่พร้อมวันที่มีผล ไม่ควรแก้ตารางย้อนหลัง เพราะจะทำให้ใบสั่งงานและใบแจ้งหนี้เก่าอ้างอัตราไม่ตรงกับวันที่เกิดงาน
การปรับอัตราต้องเขียนให้ตรวจได้
ไม่มีข้อกำหนดสากลว่าต้องปรับ SOR ทุกกี่เดือน หรือปรับได้กี่เปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขที่เหมาะขึ้นกับระยะสัญญา ตลาดแรงงาน วัสดุที่ใช้ และการแบ่งความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญา
เงื่อนไขปรับราคาที่ตรวจได้ควรระบุ:
- อัตราหรือรายการใดปรับได้
- ใช้ข้อมูลหรือดัชนีใด และฉบับวันที่ใด
- สูตรคำนวณและวิธีปัดเศษ
- เอกสารที่ผู้รับเหมาต้องส่ง
- ระยะเวลาแจ้งและผู้อนุมัติ
- วันที่อัตราใหม่มีผล
- วิธีจัดการงานที่สั่งก่อน แต่เสร็จหลังวันที่อัตราใหม่มีผล
ถ้าสัญญาเพียงเขียนว่า “ปรับตามราคาตลาด” แต่ไม่บอกแหล่งข้อมูล วิธีคำนวณ และวันที่มีผล ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาจะตรวจข้อเสนอเดียวกันไม่ได้
เช็กลิสต์ตรวจใบแจ้งหนี้ SOR
ก่อนอนุมัติจ่าย ทีมควรตามรอยคำตอบได้ว่า:
- ใบแจ้งหนี้อ้างเลขใบสั่งงานและรหัส SOR ใด
- รายการนั้นอยู่ในเวอร์ชันที่มีผล ณ วันที่สั่งงานหรือไม่
- หน่วยและอัตราตรงกับสัญญาหรือไม่
- ปริมาณที่เรียกเก็บมีผู้ตรวจรับและมีหลักฐานหรือไม่
- มีรายการใดซ้ำกับค่าบริการประจำหรือ Lump Sum หรือไม่
- งานนอกตารางได้รับอนุมัติตามขั้นตอนหรือไม่
- เครดิต งานแก้ไข หรือรายการที่ผู้รับเหมารับผิดชอบภายใต้การรับประกันถูกหักหรือแยกไว้หรือไม่
คำถามชุดนี้ช่วยป้องกันข้อผิดพลาดพื้นฐาน เช่น ใช้อัตราผิดเวอร์ชัน นับหน่วยซ้ำ หรือเรียกเก็บงานที่อยู่ในขอบเขตค่าบริการหลักแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งเกณฑ์เปอร์เซ็นต์สำเร็จรูป
ระบบงานต้องเก็บบริบท ไม่ใช่แค่ไฟล์ราคา
สเปรดชีตเก็บตารางอัตราได้ แต่การตรวจจริงต้องเชื่อมผู้รับเหมา สัญญา ใบสั่งงาน หลักฐานส่งมอบ การอนุมัติ และใบแจ้งหนี้ หากข้อมูลอยู่คนละระบบ ทีมจะต้องประกอบหลักฐานใหม่ทุกครั้งที่มีข้อสงสัย
เมื่อประเมิน CMMS หรือระบบจัดซื้อ ให้ทดสอบด้วยงานจริงหนึ่งรายการ:
- เปิดงานและอ้างรายการ SOR ที่ถูกต้อง
- ขออนุมัติงานเพิ่มก่อนเริ่ม
- บันทึกปริมาณและหลักฐานหลังทำงาน
- ตรวจว่าผู้อนุมัติเห็นอัตราและเวอร์ชันที่เกี่ยวข้อง
- ส่งข้อมูลที่ตรวจแล้วไปยังขั้นตอนใบแจ้งหนี้หรือระบบบัญชีโดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ
Infodeck เก็บใบสั่งงาน ผู้รับผิดชอบ หลักฐาน และเส้นทางอนุมัติของงานผู้รับเหมาไว้ในบันทึกการปฏิบัติงานเดียวกัน สำหรับการใช้ SOR ให้ยืนยันโครงสร้างตารางอัตรา รูปแบบนำเข้า และการเชื่อมระบบบัญชีที่องค์กรต้องการในการจองเดโม ทีมสามารถตรวจขอบเขตแพ็กเกจได้ที่หน้าราคาก่อนวางแผนใช้งาน
เริ่มจากรายการที่ตรวจได้
การเริ่มใช้ SOR ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสัญญาทุกฉบับพร้อมกัน เลือกกลุ่มงานที่เกิดซ้ำ มีหน่วยวัดชัด และมีหลักฐานตรวจรับได้ แล้วทดสอบเส้นทางตั้งแต่ขอราคาไปจนถึงอนุมัติใบแจ้งหนี้
หากทีมยังตกลงไม่ได้ว่างานหนึ่งรายการรวมอะไร ใช้หน่วยใด หรือใครตรวจรับ การเพิ่มรายการอีกจำนวนมากจะไม่ทำให้ควบคุมราคาได้ดีขึ้น เริ่มจากคำอธิบายที่ทุกฝ่ายอ่านตรงกัน แล้วค่อยเพิ่มอัตราเมื่อกระบวนการตรวจทำงานจริง
แหล่งอ้างอิงหลักและขอบเขต
- กรมบัญชีกลาง: หนังสือเวียนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ใช้เพื่ออธิบายบริบทของข้อมูลภาครัฐไทย ไม่ใช่อัตราสัญญา FM เอกชน
- RICS: New Rules of Measurement ใช้เพื่ออธิบายหลักการวัดและวางแผนต้นทุนงานบำรุงรักษา ไม่ใช่ตารางราคา กฎหมายไทย หรือเงื่อนไขสัญญาสำเร็จรูป
SOR ที่ดีไม่ได้เริ่มจากการหาอัตราที่ต่ำที่สุด เริ่มจากการทำให้ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา และผู้ตรวจใบแจ้งหนี้พูดถึงงาน หน่วย และหลักฐานชุดเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
Schedule of Rates หรือ SOR คืออะไร?
SOR ถูกกว่าสัญญาราคาคงที่เสมอหรือไม่?
SOR ต่างจาก BOQ อย่างไร?
นำอัตราราคางานก่อสร้างภาครัฐมาใช้กับสัญญา FM เอกชนได้หรือไม่?
ถ้างานไม่อยู่ใน SOR ควรทำอย่างไร?
ควรทบทวนอัตรา SOR บ่อยแค่ไหน?
ต้องมีหลักฐานอะไรจึงตรวจใบแจ้งหนี้แบบ SOR ได้?
จากคู่มือสู่ workflow
ดูว่างานนี้อยู่ตรงไหนใน Infodeck
เมื่อแนวคิดนี้กลายเป็นงานประจำวัน Infodeck ช่วยให้ request ผู้รับผิดชอบ การอัปเดต และหลักฐานอยู่บน operating record เดียวกัน
ภาพรวมแพลตฟอร์ม
Requests, assets, rooms, visitors, contractors, sensors และ approvals อยู่บน operating record เดียวกัน
สำรวจแพลตฟอร์มราคา
แพ็กเกจแบบ quota สำหรับทีมที่กำลังเทียบ scope, sites, assets และ workflow volume
ดูราคาเปรียบเทียบ CMMS
เปรียบเทียบ Infodeck กับตัวเลือก maintenance software ที่ทีมมักพิจารณา
ดูการเปรียบเทียบ